Monday, May 12, 2014

หัวหินสอนภาษาอังกฤษ เปิดติวอังกฤษ

หัวหินสอนภาษา ติวอังกฤษ 





   
      
 ติวอังกฤษ 



รายละเอียดคอร์ส Basic (English for Postgraduate Studies) 


คอร์สภาษาอังกฤษเพื่อสอบ






1. Basic (English for Postgraduate Studies) 60 ชั่วโมง
             

โดยจะเน้นไปที่การปูพื้นฐานแกรมม่าและไวยากรณ์โดยละเอียด และสามารถนำหลัก

ไวยากรณ์เหล่านี้ไปใช้ในการทำข้อสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ทิ้งการใช้

ภาษาอังกฤษมาเป็นเวลานาน คอร์สนี้จะช่วยฟื้นฟูความรู้ให้ผู้เรียนโดยจะมีการนำเสนอ

กลยุทธ์ให้ภาษาอังกฤษดูง่ายและสนุกต่อการเรียนรู้




2. Advance Master 's Degree  (English for 

Postgraduate Studies) 48 ชั่วโมง 

เน้นการเรียนเพื่อสอบให้ได้ คะแนน สูง ๆ อาจารย์จะสอน ทำข้อสอบเป็นหลักค่ะ เหมาะ

สำหรับผู้ที่มีพื้นภาษา

อังกฤษ ค่อนข้างดี หรือลองทำแบบทดสอบของทางสถาบัน แล้วได้ 9 ข้อ ขึ้นไป จาก 15 

ข้อ


คอร์สปรับพื้น ภาษาอังกฤษเพื่อสอบ ป.โท มี 3 แบบให้เลือกค่ะ
  1. เรียน เลือกวัน-เวลา เรียนได้ 
  2. เรียนกับ ครูสอนสด ตัวต่อตัว เลือก วัน-เวลา เรียนได้ 40 ชั่วโมง 15,400 บาท

  3. เรียนแบบสอนสด








รายละเอียดคอร์ส Basic (English for Postgraduate Studies) 


    • เหมาะสำหรับผุ้ที่มีความประสงค์ จะสอบเข้าเรียนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก

    • ของมหาลัยชั้นนำใน            ประเทศไทย แต่ยังมีพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดี หรือทิ้ง

    • ภาษาอังกฤษมานาน

    • ในส่วนของคอร์ส Basic นี้ จะใช้เวลา 24 ชั่วโมง โดยจะเน้นไปที่การปูพื้นฐานไวยก

    • รณ์โดยละเอียด และ  สามารถนำหลักไวยากรณ์เหล่านี้ไปใช้ในการทำข้อสอบของ

    • แต่ละหมาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    • ในส่วนของไวยากรณ์ ผู้เรียนจะได้รู้ถึงโครงสร้างและกฎต่าง ๆ อย่างละเอียด โดยจะมี

    • การสอน Technique ในการวิเคราะห์ข้อสอบโดยจะเริ่มต้นจากความรู้ไวยากรณ์เบื้อง

    • ต้นรวมไปถึงข้อยกเว้นต่าง ๆ      ที่ผู้เรียนมักจะสับสนและเกิดข้อผิดพลาดในการนำ

    • ไปใช้อยู่บ่อย ๆ

    • สำหรับผู้ที่ทิ้งการใช้ภาษาอังกฤษมาเป็นเวลานาน คอร์สนี้จะช่วยฟื้นฟูความรู้ให้ผู้

    • เรียนโดยจะมีการ         นำเสนอกลยุทธ์ให้ภาษาอังกฤษดูง่ายและสนุกต่อการเรียนรู้




    รายละเอียดคอร์ส ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อระดับปริญญาโท และปริญญา

    เอก (English for Postgraduate Studies) 

    จุดประสงค์: 




    คอร์สนี้มีขึ้นเพื่อเตรียมตัวผู้เรียนให้มีความพร้อมสำหรับการสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ

    เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศไทย 

    เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ธรรมศาสตร์, NIDA ฯลฯ และเพื่อเตรียมตัวผู้เรียนให้มี

    ทักษะต่างๆที่จำเป็นในด้านภาษาอังกฤษ อันได้แก่ ฟัง อ่าน และเขียน ซึ่งจะเป็น

    ประโยชน์สำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก 







    เนื้อหาคอร์ส:


    ผู้เรียนจะได้มีโอกาสฝึกทำข้อสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

    (CU-TEP) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-GET) จำนวนรวม 8 ชุด ซึ่งในข้อสอบ

    ของทั้งสองสถาบัน มีเนื้อหาครอบคลุมทักษะภาษาอังกฤษต่างๆ ดังต่อไปนี้
    • การฟัง: ข้อสอบ CU-TEP มีเนื้อหาที่ทดสอบการฟัง (Listening) ซึ่งผู้เรียนจะได้

    • ฝึกฝนทักษะการฟัง และได้รับเทคนิคในการฟังเพื่อจับใจความ จากบทสนทนา และ

    • การบรรยายโดยเจ้าของภาษา (ซีดี) ทั้งนี้ เมื่อเรียนจบคอร์สนี้ ผู้เรียนก็จะสามารถฟัง

    • บทสนทนาและการบรรยายภาษาอังกฤษในชั้นเรียนระดับปริญญาโทและปริญญาเอก

    • ได้อย่างคล่องแคล่ว






    • การอ่าน: ข้อสอบ CU-TEP และ TU-GET มีเนื้อหาที่ทดสอบการอ่านเพื่อจับใจความ 

    • ซึ่งประกอบด้วยบทความหลากหลายประเภท

    • (สังคม, เศรษฐกิจ, ประวัติศาสตร์, วิทยาศาสตร์ ฯลฯ) พร้อมกับคำถามประเภทเลือก

    • คำตอบที่ถูกต้อง เพื่อทดสอบความเข้าใจของผู้เรียน คอร์สนี้จะแนะนำเทคนิคต่างๆที่

    • เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนในการอ่านเร็ว และตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง 

    • เพื่อที่ผู้เรียนจะสามารถนำเทคนิคที่ได้ไปใช้ในการอ่านบทความภาษาอังกฤษ ตำรา

    • เรียน และวารสารภาษาอังกฤษในระดับชั้นปริญญาโทและเอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    • การเขียน: ข้อสอบ CU-TEP และ TU-GET มีเนื้อหาที่ทดสอบความรู้ด้านไวยากรณ์

    • ภาษาอังกฤษ ในด้านโครงสร้างประโยค (Sentence Structure),

    • หาคำผิด (Error Identification), เติมคำ (Cloze), คำศัพท์ (Vocabulary) และคำ

    • เหมือน (Synonyms) ซึ่งในคอร์สนี้ผู้เรียนจะได้รับการทบทวนในเรื่องไวยากรณ์ภาษา

    • อังกฤษที่สำคัญๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการเขียนรายงานและวิทยานิพนธ์ภาษา

    • อังกฤษในระดับปริญญาโทและเอก นอกจากนี้ผู้เรียนยังได้มีโอกาสเพิ่มพูนคลังคำ

    • ศัพท์ อันจะเป็นประโยชน์สำหรับการฟัง, อ่าน, เขียน และพูดภาษาอังกฤษในระดับชั้น

    • ปริญญาโทและเอกต่อไปอีกด้วย






    เป้าหมาย:

    เมื่อผู้เรียนเรียนจบคอร์สนี้ ผู้เรียนจะสามารถรับมือกับข้อสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษของ

    มหาวิทยาลัยชื่อดังทั้งสองแห่งและที่อื่นๆได้ แถมยังมีทักษะติดตัวไปใช้ในการศึกษาต่อ

    ระดับปริญญาโทและเอกได้เป็นอย่างดี








Tip 1  :  คำนาม (Nouns) คือ......
  
Tip 2  :  คำนามรูปธรรม (Concrete Nouns) และคำนาม
              
 นามธรรม (Abstract Nouns)
  
Tip 3  :  คำนามนับได้จะมีรูปเอกพจน์และรูปพหูพจน์
  
Tip 4  :  คำนามนับได้และคำนามนับไม่ได้





  
Tip 5  :  การใช้ลักษณะนามที่บอกลักษณะ ขนาด น้ำหนัก หรือรูป
               
ร่างเพื่อบอกปริมาณของคำนามนับไม่ได้
  
Tip 6  :  คำนามชี้เฉพาะ จะต้องขึ้นต้นด้วยอักษรใหญ่เสมอ
  
Tip 7  :  นอกจากคำนามชี้เฉพาะที่ต้องเขียนขึ้นต้นด้วยอักษรใหญ่
              
 แล้วยังมีคำกลุ่มหนึ่งที่ต้องเขียนขึ้นต้นด้วยตัวอักษรใหญ่
               
เสมอ
 




 Tip 8  :  สรรพนาม (Pronouns) คือ....
  
Tip 9  :  Personal Pronouns คือ .....
  
Tip 10:  การเลือกสรรพนามให้สอดคล้องกับคำนามที่ต้องการให้
               
สรรพนามแทนที่
  
Tip 11:  สรรพนามที่ใช้ตามหลังคำบุรพบท
  
Tip 12:  ไม่ควรใช้สรรพนามที่ระบุเพศใดเพศหนึ่งในกรณีที่กล่าว
                
ถึงบุคคลทั่วไปโดยรวม  Tip 13:  Possessive Pronouns เป็น Personal Pronouns
 
 Tip 14:  การใช้ Possessive Adjective





  
Tip 15:  ข้อแตกต่างระหว่าง its และ it's
  
Tip 16:  Relative Pronouns
  
Tip 17:  การใช้ "each other"
  
Tip 18:  this, that, these และ those
  
Tip 19:  Indefinite Pronouns
  
Tip 20:  การใช้ Indefinite Pronouns "one" และ "some'
 
 Tip 21:  Wh-question words






 
 Tip 22:  การใช้ Wh-question words + "-ever"
  
Tip 23:  ประโยคที่สมบูรณ์
  
Tip 24:  ตัวอักษรแรกของคำแรกในประโยค
  
Tip 25:  Verb Tenses
  
Tip 26:  ประโยค Present Simple Tense
  
Tip 27:  การใช้ประธานและกริยาในประโยค
  
Tip 28:  ประโยค Past Simple Tense





  
Tip 29:  รายละเอียดที่ควรทราบเกี่ยวกับการใช้ Perfect Tenses
  
Tip 30:  ข้อแตกต่างระหว่าง Active Voice และ Passive Voice
 
 Tip 31:  คำคุณศัพท์ (Adjectives)
  
Tip 32:  Articles
  
Tip 33:  การสร้าง Hyphenated Adjectives
  
Tip 34:  การเปรียบเทียบคำนาม





  
Tip 35:  การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ในชั้นกว่าและขั้นสุด
  
Tip 36:  การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ที่มีตั้งแต่ 3 พยางค์ขึ้นไป
  
Tip 37:  กลุ่มคำคุณศัพท์ที่มีรูปสำหรับการเปรียบเทียบที่เรียกว่า
             
  "Irregular Comparative Adjectives"
  
Tip 38:  การเปรียบเทียบโดยใช้ "fewer" และ "less"
  
Tip 39:  ข้อแตกต่างระหว่าง "a little" กับ "a few"
  
Tip 40:  การเปรียบเทียบคำนามที่ต่างกันโดยใช้ "different"
              
 และ "different from"




  
Tip 41:  การกำหนดจำนวนหรือปริมาณของคำนามโดยประมาณ
  
Tip 42:  การใช้ Double Comparatives
  
Tip 43:  Adverbs  of Manner
  
Tip 44:  คำกริยาวิเศษณ์ประเภทอื่นที่ควรทราบ
 
Tip 45:  "very" , "too" และ "enough"



 
 Tip 46:  การใช้คำกริยาวิเศษณ์ "enough" ควบคู้กับคำนาม
  
Tip 47:  การใช้คำคุณศัพท์บอกรายละเอียดเพิ่มเติม
  
Tip 48:  การใช้ "more" และ "most" หรือ "less" และ "least"
  
Tip 49:  คำกริยาวิเศษณ์มีรูปการเปรียบเทียบที่เป็น Irregular...
  
Tip 50:  คำบุพบท (Preposition)

 Tip 51:  ข้อแตกต่างระหว่างคำบุพบท "between" และ "among"
 




Tip 52:  การใช้คำบุรบท "in" , "on" และ "at"
  
Tip 53:  ประโยคไม่ควรลงท้ายด้วยคำบุรพบท
  
Tip 54:  คำสันธาน (Conjunction)
  
Tip 55:  การใช้คำสันธานที่เป็นสำนวน
  
Tip 56:  การใช้คำสันธาน "so", "too" และ "also"
  
Tip 57:  การใช้ "neither" และ "either"
  




Tip 58:  การใช้คำสันธาน "so that" และ "when"
  
Tip 59:  การใช้ "Wh-question words"
  
Tip 60:  การใช้ "who", "whom" และ "whose"
  
Tip 61:  การใช้ "which" และ "that" เป็น Relative Pronouns
  
Tip 62:  คำอุทาน (Interjection)
  
Tip 63:  "to-infinitive" จะต้องอยู่ติดกันเสมอ
 
 Tip 64:  หลักการใช้ "Infinitive without to"





 
 Tip 65:  การใช้ "Infinitive without to" กับคำกริยา "dare"
             
  และ "need"
  
Tip 66:  Participles นอกจากจะทำหน้าที่เป็นกริยาแล้ว ยัง
  
             สามารถทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ได้ด้วย
  
Tip 67:  การใช้คำคุณศัพท์ซึ่งมีที่มาจากคำกริยา
  
Tip 68:  Gerunds คือ Present Participles
  
Tip 69:  ประเภทของวลี (Phrases)
 






 Tip 70:  ความแตกต่างระหว่าง Clauses และ Sentences
 
 Tip 71:  ประเภทของประโยค (Sentences)
  
Tip 72:  ประเภทของ Subordinate Clauses
 
 Tip 73:  Nonrestrictive Clauses
  
Tip 74:  Reported Speech
 
 Tip 75:  ข้อห้ามในการใช้ "Negatives"
  
Tip 76:  การใช้รูปปฏิเสธของ "no"




  
Tip 77:  ข้อแตกต่างระหว่าง "may" และ "can"
  Tip 78:  การใช้ "used to" และ "to be used to"
 
 Tip 79:  กริยาที่ต้องใช้ควบคู่กับ Gerunds
  
Tip 80:  Verb Phrases ที่ต้องใช้ควบคู่กับ Gerunds
  
Tip 81:  การใช้ "need" เพื่อแสดงความจำเป็น





  
Tip 82:  การใช้ "must" สรุปเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นในอดีต
  
Tip 83:  การใช้ "must" สรุปเหตุการณ์ที่น่าจะกำลังเกิดขึ้นใน
              
 ปัจจุบัน
  
Tip 84:  การใช้ "must" สรุปเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำ
  
Tip 85:  การใช้ "had better" เมื่อต้องการให้คำแนะนำ
  
Tip 86:  การใช้ "would rather" และ "would rather that"
  
Tip 87:  การใช้กริยา "make", "get" และ "have"
  
Tip 88:  การใช้กริยา "let"






  
Tip 89:  การใช้กริยา "help"
  
Tip 90:  การใช้ประโยคเงื่อนไข "if" เมือ่พูดถึงสิ่งที่เป็นจริง
  
Tip 91:  การใช้ประโยคเงื่อนไข "if" เมื่อพูดถึงสิ่งที่ไม่เป็นจริงใน
               
ปัจจุบัน
  Tip 92:  การใช้ประโยคเงื่อนไข "if" เมื่อพูดถึงส่งที่ไม่เป็นจริงใน
         
      อดีต
  
Tip 93:  การใช้ประโยคเงื่อนไข "unless"





  T
ip 94:  การใช้กริยาในรูป "to-infinitive" และ "Gerunds"
  
Tip 95:  การใช้ตัวเลข "Cartimal Numbers" และ Ordinal
       
      Numbers"
  
Tip 96:  การใช้ "so......that"  และ "such.......that"
  
Tip 97:  การบอกสาเหตุหรือเหตุผลโดยใช้ "because",
              
 "because of" และ "from"




  
Tip 98:  การใช้ "from......to" บอกช่วงเวลา
  
Tip 99:  ข้อแตกต่างระหว่าง "sometime" และ "sometimes"

      -  กริยา 3 ช่อง
      
-  รูป Compararative & Superlative degree
     
 -  คำย่อในภาษาอังกฤษที่ควรทราบ 

ติดต่อ อาจารย์ เสมา  0992187419